'พ่อหนูท้อง' เรื่องจริง ที่อาจไม่แฮปปี้เอ็นดิ้ง อย่างโฆษณา

'พ่อหนูท้อง' เรื่องจริง ที่อาจไม่แฮปปี้เอ็นดิ้ง อย่างโฆษณา 

          "พ่อ หนูขอโทษ"

          ภาพของหญิงสาวพนมมือกล่าวขอโทษพ่อ ด้วยน้ำตาอาบแก้ม ในฉากหนึ่งของโฆษณาชุด "My girl" บริษัท ไทยประกันชีวิต ทำให้ผู้ชมจำนวนมากพูดถึงโฆษณาชุดนี้อย่างกว้างขวาง เพราะความสนใจในโฆษณาชุดนี้

          กลุ่มนักศึกษาปี 3 จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสาวปิยสุดา อาชาสันติสุข, นางสาวนวลนภา รุจิรามงคลชัย และ นางสาวณัฐ ฉมามหัทธนา จึงได้ช่วยกันหาคำตอบ ในรายงานพิเศษเรื่อง "ปุยฝ้าย ลูกสาวของพ่อ คนนอกของสังคม" พวกเธอได้ลงไปหาข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์และพูดคุยกับคนหลากหลายวงการเพื่อให้ได้มาซึ่งเรื่องจริงที่ปรากฏในสังคม

          นางสมวงศ์ อุไรวัฒนา รองผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ (ACCESS) บอกว่า โฆษณานี้จบลงด้วยความสุข ผู้เป็นพ่อยอมรับและจะดูแลลูกต่อไป แต่ในชีวิตจริงอาจจะไม่จบลงด้วยความสุขเช่นนี้ เพราะทางเลือกในเชิงปฏิบัติมันมีหลายแบบ สถานการณ์จริงอาจจะไม่เป็นไปตามทางเดินของโฆษณาก็ได้

          "โฆษณานำเสนอเพียงมุมมองเดียว และเสนอเพียงความคิดเดียว ไม่มีความคิดอื่นๆ ต่อเนื่องไปจากนั้น เช่น โฆษณาไม่ได้บอกเลยว่า หากเด็กเลือกที่จะทำแท้งจะเป็นอย่างไร ต่อไปชีวิตของเด็กคนนี้จะดูแลชีวิตใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ต่อไปเขาจะได้กลับไปเรียนหนังสือไหม พ่อของเด็กจะเป็นอย่างไร จะกลับมาแต่งงานกับแฟน หรือว่าจะหายหน้าไปเลยทิ้งให้ผู้หญิงรับผิดชอบคนเดียว แล้วญาติ เพื่อน ครูของเขาที่โรงเรียนจะว่าอย่างไร นี่คือความคิดต่อเนื่องที่โฆษณาไม่ได้นำเสนอ

          นอกจากนี้โฆษณายังบอกให้เห็นว่า เด็กในวัยเรียนก็ตั้งครรภ์ได้ ทั้งๆ ที่ครอบครัวก็ดูอบอุ่น นั่นแสดงว่าการมีครอบครัวอบอุ่น หรือครอบครัวแตกแยก ก็อาจเกิดปัญหาได้เท่าเทียมกัน ประเด็นสำคัญที่ตามมาที่ผู้ชมควรคิดต่อ คือการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกอย่างถูกวิธี จะต้องให้ความรัก และรู้จักเรียนรู้ซึ่งกันและกัน"

          หลายคนที่ดูโฆษณา ก็อาจจะรู้สึกสุขใจกับตอนจบที่ดูจะแฮปปี้เอนดิ้ง (Happy Ending) แต่ในชีวิตจริงเหล่า ถ้าเด็กสาวที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนยังต้องพบอุปสรรคในชีวิตอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสำคัญเรื่องหนึ่งคือเรื่องการศึกษา ซึ่งสำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของเยาวชน

          อาจารย์ฝ่ายปกครอง (ขอสงวนนาม) โรงเรียนมัธยมศึกษา กรุงเทพฯ แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าเด็กนักเรียนท้อง ทางโรงเรียนต้องเชิญผู้ปกครองมาคุย เด็กก็จะมีทางเลือกสองทาง คือ ถ้าอยากเรียนที่โรงเรียนต่อก็ต้องไปทำแท้ง แต่ถ้าจะเอาลูกไว้ก็ต้องลาออก เพราะมันเป็นกฎของโรงเรียน เด็กกับผู้ปกครองต้องเลือกว่าจะเอาชีวิตลูกในท้องหรือเอาอนาคตเด็กไว้

          แต่ส่วนใหญ่ของเด็กที่ตัดสินใจคลอดมักจะไม่ได้กลับมาเรียน เพราะติดพันที่ต้องเลี้ยงลูกต่อ ส่วนถ้ายังไม่ท้อง แต่โรงเรียนสืบได้ว่าเด็กมีเพศสัมพันธ์กัน ถึงแม้จะไปมีอะไรกันนอกโรงเรียน โรงเรียนก็ต้องเรียกมาจัดการอยู่ดี เชิญผู้ปกครองมารับทราบด้วย ถ้าคุยกันรู้เรื่อง โรงเรียนก็อาจจะแค่ทำทัณฑ์บนไว้

          "การช่วยแก้ปัญหาให้เด็กของโรงเรียน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าเป็นเด็กดีโรงเรียนก็อยากช่วยเต็มที่ แต่ถ้าเด็กมีปัญหามีความประพฤติไม่ดี โรงเรียนก็อาจให้ออกตั้งแต่คราวแรก และในกรณีที่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ตามกฎโรงเรียนจะให้ออกจากโรงเรียนทั้งคู่ แต่ในความเป็นจริง เราจะให้เลือกให้คนใดคนหนึ่งออก ส่วนใหญ่ก็มักเป็นเด็กผู้หญิง เพราะทนอายจนอยู่ไม่ได้"

          การตั้งครรภ์ในวัยเรียน แม้ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง จนถึงกับต้องปิดกั้นโอกาสที่เยาวชนจะได้แก้ไขตัวเอง ดังนั้นเสียงจากเยาวชนส่วนหนึ่ง จึงเรียกร้องโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียน

          พัชระ ติกวัฒนานนท์ นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า กรณีที่เด็กนักเรียนมีเพศสัมพันธ์กัน โรงเรียนไม่ควรมีบทลงโทษถึงขนาดไล่ออก แค่เรียกมาตักเตือนว่าการกระทำนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไรก็น่าจะเพียงพอ และคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าถึงกับท้องขึ้นมา โรงเรียนอาจต้องขอให้พักการเรียน พอคลอดแล้วหรือพร้อมกลับมาเรียนก็ควรรับกลับเข้ามาเรียนได้

          "การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ คนไร้การศึกษาเสียอีกที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาหลายอย่างในสังคม เพียงเพราะเขามีปัญหา หากกีดกันให้เขาออกไปเผชิญปัญหาตามลำพัง อาจก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา หรือพอเขามีปัญหา คุณจะช่วยหาทางลดปัญหานั้นลง เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาต่อเนื่องไปอีกเรื่อยๆ ทางไหนที่ดีกว่ากัน เด็กที่ท้องก็ควรมีโอกาสสำหรับอนาคต ไม่ควรตัดสินอนาคตอีกทั้งชีวิตของเขาจากความผิดพลาดในวัยเด็กเพียงครั้งเดียว"

          แม้ความรักความเข้าใจในครอบครัว และสถานศึกษาจะเป็นส่วนสำคัญ สำหรับการแก้ไขเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยเรียน สังคมเองก็เป็นส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อคนในสังคมสามารถเข้าใจ ยอมรับ และให้โอกาส โลกอันสวยงามในโฆษณาก็อาจปรากฏให้เห็นได้ในชีวิตจริง . . .


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
'พ่อหนูท้อง' เรื่องจริง ที่อาจไม่แฮปปี้เอ็นดิ้ง อย่างโฆษณา โพสต์เมื่อ 29 มีนาคม 2550 เวลา 00:00:00 4,341 อ่าน
TOP
x close